คำปราศรัยหน้าเสาธง ของ อ.กอง วิสุทธารมณ์

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต อ.กอง วิสุทธารมณ์
ที่มา : https://www.sat.or.th

คำปราศรัยหน้าเสาธงของ อ.กอง วิสุทธารมณ์ ผู้ตรวจการลูกเสือฝ่ายฝึกอบรม ในการฝึกอบรมระดับ 3 ท่อน หรือ A.L.T.C.

คำปราศรัยหน้าเสาธงวันแรก
พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย ในนามของคณะวิทยากรผู้ให้การฝึกอบรม ผมขอต้อนรับทุกคนมาสู่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ ซึ่งเป็นค่ายที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคพื้นเอเชีย แต่ตอนนี้เผอิญเป็นหน้าแล้ง ท่านจึงได้เห็นหญ้าต่าง ๆ เป็นสีเหลืองไปหมด ถ้าท่านได้มาในหน้าฝน ทุกสิ่งทุกอย่างจะเขียวขจี ท่านจะมีความรู้สึกว่าค่ายนี้สวยสดงดงามมาก คณะวิทยากรเชื่อแน่ว่า การที่พี่น้องลูกเสือทั้งหลายมาในค่ายลูกเสือวชิราวุธในครั้งนี้ คงมีหลายท่านได้มาเสมือนหนึ่งกลับมาสู่บ้านเดิม คณะวิทยากรไม่แน่ว่าในหมู่ท่านทั้งหลายจะมีใครเคยมาในค่ายลูกเสือนี้บ้างหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ณ ที่นี้ จะเป็นที่ที่ท่านทั้งหลายมากิน มานอน เพื่อจะรับการฝึกอบรมต่อไปในเวลา 6-7 วัน ที่จะมาถึงในวันข้างหน้านี้ คณะวิทยากรตระหนักเป็นอย่างดีว่า คณะลูกเสือทุกคนนี้มีความเสียสละอย่างมาก

นอกจากในเรื่องเงินเรื่องทองแล้ว ท่านยังเสียสละความสุขกายสบายใจที่ท่านได้รับอยู่เมื่ออยู่ที่บ้าน อยู่กับครอบครัวของท่าน แต่บัดนี้ท่านต้องมากินมานอนแบบลูกเสือ ที่เราใช้คำพูดเสมอ ๆ ว่านอนกลางดินกินกลางทราย ท่านคงได้เห็นด้วยตัวท่านเองว่าการนอนกลางดินกินกลางทรายนั้นเป็นอย่างไร ท่านเคยมีความสุขสบายกับที่นอนอันอบอุ่น อาหารการกินที่มีแม่บ้านทำเลี้ยงท่านอย่างถูกปากถูกคอ มาอยู่ที่นี้ท่านต้องผิดอาหารไป ทั้งห้องน้ำ ห้องส้วม ทุกสิ่งทุกอย่างมันผิดแปลกไปทั้งนั้น การที่ท่านต้องเปลี่ยนความเป็นอยู่ของชีวิตอย่างฉับพลันเช่นนี้ คงทำให้หลายท่านมีความไม่สบายใจไม่สะดวกใจ รู้สึกอึดอัดใจอยู่

การที่ท่านทั้งหลายมีความปรารถนาดีเหลือเกินที่จะมาเข้าฝึกอบรมครั้งนี้เพื่อจะหาวิชานั้น ท่านคงจะไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเพราะว่าความกลุ้มใจ ความไม่สบายใจนั้นเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง ที่จะมีต่อการศึกษาหาความรู้ได้ ฉะนั้นก่อนอื่นคณะวิทยากรใคร่ขอให้ท่านทั้งหลายปรับจิตใจของท่านตั้งแต่บัดนี้ ทำจิตใจของท่านให้สงบลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความสุขที่ท่านได้รับเมื่ออยู่กับบ้าน กับครอบครัวของท่าน กับที่อื่น เป็นความสุขมากกว่าอยู่ที่นี่ มองทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านได้เห็นในค่ายนี้ในแง่ดี มองดูเพื่อนดูฝูงในหมู่ของท่าน ในคณะ 40 คน ของท่าน มองดูคณะวิทยากรล้วนแต่ละบุคคลน่าเคารพนับถือ มองทุกสิ่งทุกอย่าง ห้องน้ำ ห้องส้วม ถึงแม้ว่าจะยากลำบากสักเท่าไรก็ตาม ถ้าท่านทำจิตใจของท่านสงบลงแล้ว ต่อไปนี้ท่านจะรับความรู้จากคณะวิทยากร ได้เป็นอย่างดี คณะวิทยากรจึงขอร้องให้ท่านปรับจิตใจของท่านตั้งแต่บัดนี้ ทำจิตใจของท่านให้สงบลืมทุกอย่างให้หมดสิ้น ตั้งหน้าอยู่แต่การรับการฝึกอบรมเท่านั้นพี่น้องลูกเสือทั้งหลาย

การฝึกอบรมขั้น A.L.T.C. นี้เป็นการฝึกอบรมระดับสูง ท่านจะต้องไปเป็น ผู้อำนวยการฝึกหรือไปเป็นวิทยากร ไปสอน ผู้กำกับลูกเสือที่จะมารับการฝึกอบรมกับท่าน ในการฝึกอบรมระดับนี้เราจะไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย นอกจากจะช่วยกับถือว่ากฎของลูกเสือ คือ กฎของการฝึกอบรมในครั้งนี้ กฎของลูกเสือมีว่าอย่างไรท่านทราบกันดีแล้วทุกคน ท่านเคยเข้าฝึกอบรมขั้น A.T.C. มาแล้วเป็นอย่างมาก ลูกเสือเข้าห้ามอะไรท่านจงอย่าทำอย่างนั้น อะไรที่เป็นเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆ ที่เป็นสิ่งชั่ว สิ่งเลว จงอย่าทำในระหว่างการฝึกอบรมครั้งนี้ การฝึกอบรมครั้งนี้เป็นการทดสอบน้ำใจของท่านเป็นอย่างมากว่าท่านต้องไปเป็นผู้อำนวยการฝึก ต่อไปจะเป็นวิทยากรการฝึกอบรมแก่ผู้ใหญ่ต่อไปนั้น ท่านชนะตัวของท่านเองได้หรือไม่ ถ้าท่านห้ามกิเลส ห้ามความชั่วต่างๆ ที่จิตใจของท่านอยากทำ ท่านชนะมันได้ไหม ถ้าท่านชนะมีนไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรไปเป็นวิทยากร เป็นผู้อำนวยการฝึกเป็นอันขาด การฝึกอบรมครั้งนี้จะทดสอบน้ำใจท่าน คณะวิทยากรจะไม่ห้ามท่าน จะยอมให้ท่านทำตามใจชอบ ถ้าท่านยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำชนะอำนาจฝ่ายสูงเมื่อไหร่แล้ว ตัวท่านเองจะเสื่อมลงไป ตามอำนาจฝ่ายต่ำนั้นด้วยเป็นแน่แท้

เพราะฉะนั้นท่านคิดดูอะไรที่ท่านควรทำจงทำ อะไรที่เห็นว่าไม่ถูกไม่ต้องกับระเบียบวินัยจงอย่าทำ คณะวิทยากรจะเฝ้าดูท่านจากศีรษะจรดเท้าตลอด จะว่าแทบ 24 ชั่วโมงก็ว่าได้ และจะจำท่านไว้ว่าใครเป็นใคร เราจะรู้จักท่านทึกคนเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามทั้ง ๆ ที่คณะวิทยากรบอกจุดหมายปลายทางว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านต้องปกครองตัวเองแล้วแต่ขอร้องบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นสำหรับการฝึกอบรมนี้
1. การตรงต่อเวลา การตรงต่อเวลานั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดต่อชีวิต เกิดเป็นคนถ้าไม่รักษาเวลาแล้วชีวิตของคนนั้นไร้ค่า 1 นาทีก็มีค่ามากสำหรับชีวิต สำหรับการฝึกอบรมลูกเสือนี้ มีวิชาการที่กำหนดไว้ให้ท่านมากมายเหลือเกิน ถ้าท่านมัวไม่ตรงต่อเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างก็ขาดวิ่นไปกระท่อนกระแท่นไปหมด ฉะนั้นการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องจำเป็นมาก คณะวิทยากรหวังว่าท่านคงสนใจในเรื่องนี้
2. ความกระฉับกระเฉงว่องไว ลูกเสือต้องมีความกระฉับกระเฉงว่องไว บางครั้งต้องเดินเร็ว บางครั้งต้องวิ่ง เพื่อให้ปฏิบัติภารกิจให้ครบตามที่ได้กำหนด
3. ความมีระเบียบวินัย เราอยู่ด้วยกันกับคนจำนวนมาก ความมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งจำเป็น คณะวิทยากรขอร้องท่านให้อยู่ในระเบียบวินัยตลอดเวลา
4. ความร่วมมือร่วมใจของท่าน คณะวิทยากรจะให้งานท่าน ให้การท่านทำอะไร จงทำด้วยความเต็มใจทุกประการถ้าท่านได้ให้ทั้ง 4 ข้อนี้แก่คณะวิทยากรแล้ว เราเชื่อเหลือเกินว่าการเข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้ ท่านคงจะได้ผลสมความปรารถนาของท่านเป็นแน่แท้ต่อจากนี้ไปพิธีกรจะทำการนัดหมาย สำหรับผมก็ขอจบคำปราศรัยกับท่านเช้านี้แต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

คำปราศรัยหน้าเสาธงวันที่สอง
พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย คณะวิทยากรมีความรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพี่น้องลูกเสือทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีใครเจ็บใครป่วยทั้ง ๆ ที่ท่านต้องจากบ้านจากช่องจากที่อยู่ที่แสนสุขแสนสบายของท่านที่บ้านและต้องมานอนกลางดินกินกลางทรายตามที่พูดกันแล้ว และนอกจากนั้นงานการที่คณะวิทยากรให้ท่านแต่ละวันก็มากมิใช่น้อย แต่ท่านก็ยังรู้จักรักษาสุขภาพอนามัยของท่านได้อย่างดี ไม่มีใครเจ็บใครป่วยซึ่งเป็นเรื่องดีพูดถึงการมีสุขภาพดีก็ทำให้นึกต่อไปว่าเราเกิดมาเป็นคนจริง ๆ แล้วนี้

เรามีภารกิจมากเหลือเกินภารกิจต่อตัวเราเอง ทำให้ตัวเราเองมีชีวิต มีความเจริญอย่างดีที่สุด ทำให้งานของเรา ลูกเต้าของเรามีความร่มเย็นมีความเจริญ ทำงานให้สังคมของเรามีความร่มเย็น มีความสงบสุข ประเทศชาติมีความมั่นคงเหล่านี้ เป็นภารกิจของเราแต่ละคนทุกคน ซึ่งเป็นคนในชาติ การที่มาสุขภาพดีนั้นมีความจำเป็นต่อชีวิตเป็นอย่างมาก ถ้าวันใดเราเจ็บ เราป่วยลงไปแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น เป็นหวัดเท่านั้น สมรรถภาพทางกายเราจะอ่อนเปลี้ยไปหมด จิตใจเราที่เคยเข้มแข็ง เราคิดจะทำนั่นทำนี่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเราแก่สังคมประเทศชาติ กำลังต่าง ๆ มันจะเสื่อมไปสิ้น แสดงให้เห็นว่าการมีสุขภาพที่ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิต ถ้าผมจะถามท่านทุกคนที่อยู่ในที่นี้ว่า ที่ท่านเกิดมาแล้วนี่ท่านต้องการอะไรมากที่สุดในชีวิต ก็จะได้คำตอบที่น่าฟังแตกต่างกัน บางคนตอบว่าอยากจะได้เงินล้าน บางคนคงจะตอบว่าจะมี บ้านสวย ๆ มีบริวารมากมาย บางคนตอบว่าอยากได้คู่ครองที่มีรูปร่างหน้าสวยงามหล่อเหลา คงไม่มีใครที่จะตอบว่า อยากจะมีสุขภาพดี ไม่เจ็บไม่ป่วยเลยตลอดชีวิต

ท่านลองคิดดูว่าถึงแม้เรามีเงินทองมากมาก มีบ้านมีช่องใหญ่โต มีคู่ครองที่สวยงามหล่อเหลามันจะช่วยเราได้แค่ไหน เพียงแค่ถ้าเราสามวันดีสี่วันไข้ บางครั้งนั้นต้องไปนอนอยู่โรงพยาบาล บางครั้งก็ต้องนั่งรถเข็นไป สิ่งเหล่านี้จะช่วยได้อย่างไร ท่านคงเห็นชัดว่า บรรดาทรัพย์สินเงินทองต่างๆ ที่เราต้องการนั้นยังไม่มีความสำคัญเท่าการมีสุขภาพอนามัยดี พระพุทธองค์จังได้ตรัสว่า “อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”ในชีวิตของคนเรา ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ว่าท่านก็ได้รักษาตัวของท่านมาเป็นอย่างดี จนกระทั่งบัดนี้ ท่านมีสุขภาพพีพอสมควร ท่านใช้วิธีรักษาตัวของท่านอย่างไร จงใช้รักษาตัวของท่านต่อไป

ทางลูกเสือนั้นมีข้อเสนอแนะท่านว่าอะไรที่ลงท้ายด้วยคำว่ามาก กินมาก ก็เป็นเหตุบั่นทอนสุขภาพ นอนมากก็เช่นกัน เที่ยวมากก็เช่นเดียวกัน ดื่มมากก็เช่นเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงท้ายด้วยคำว่ามากนั้นเป็นปัจจัยที่จะทำให้บั่นทอนสุขภาพแห่งชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น ถ้าท่านเห็นว่าชีวิตเป็นของมีค่าที่เราเกิดมาแล้ว เราควรรักษาไว้ไม่ให้เจ็บไม่ให้ป่วยตลอดกาล จงรักษาตัวท่านตลอดไป ปัจจุบันนี้แพทย์ได้ให้ยาวิเศษขนานหนึ่งแก่คนทุกประเภท นั่นคือการออกกำลังกาย ถ้าทุกท่านได้ออกกำลัง วันละอย่างน้อย 5 นาที 10 นาที เดินบ้าง วิ่งบ้างตามเรื่องตามราว จะเป็นเครื่องที่จะทำให้สุขภาพอนามัยของท่านดียิ่งขึ้น ถือว่าสุขภาพอนามัยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตของท่านช่วยให้ชีวิตของท่านนั้นยืนยาวต่อไปแล้ว จงรักษาสุขภาพอนามัยของท่านให้ดีต่อไปแล้วท่านจะมีความสุขในชีวิตตลอดกาลพี่น้องลูกเสือทั้งหลาย

การที่ในการฝึกอบรมได้กำหนดให้ผู้แทนหมู่บริการมาปราศรัยรอบเสาธงนั้นเป็นบทเรียนบทหนึ่ง ซึ่งคณะวิทยากรต้องการให้ท่านทุกคนมีประสบการณ์ มีความเข้าใจ และโดยเหตุที่ว่าเรามีเวลาอบรมเพียง 7 วันเท่านั้น และมีเพียง 6-7 หมู่ที่จะมีโอกาสมากล่าวปราศรัยเช่นนี้ ที่ทำเช่นนี้เพราะว่าเมื่อท่านเป็นผู้อำนวยการฝึก การกล่าวคำปราศรัยทุกเช้า เรื่องที่จะกล่าวนั้นท่านก็เลือกมาได้หลายเรื่อง อย่างผู้แทนหมู่บริการก็จะยกเรื่องนิทาน ราชสีห์กับหนู แสดงถึงการทำประโยชน์ ตามกฎคำปฏิญาณของลูกเสือว่าด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ซึ่งก็เอาคำปฏิญาณมายก มาพูด สำหรับผมนั้นก็ยกพุทธวาจามาสอน มาพูด กับท่าน การพูดสั้นอย่าพูดให้นานนัก ประมาณ 2-3 นาที ก็พอ เพราะว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมนั้นอยู่ใน แดดร้อนจัด เขาจะกระสับกระส่าย เขาจะไม่ตั้งใจฟัง แต่ว่าเป็นที่น่าเสียดายที่ทุกคนไม่สามารถกระทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านควรจำพิธีการเหล่านี้ไว้เพื่อใช้ในโอกาสต่อไป ต่อจากนี้ไปพิธีกรก็จะทำการนัดหมาย ผมก็ขอจบคำปราศรัยในเช้าวันนี้ แต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ…

คำปราศรัยหน้าเสาธงวันที่สาม
พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย คณะวิทยากรมีความรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพี่น้องลูกเสือทุกคนมีจิตใจร่าเริง พูดจาเสียงดัง ร้องเพลงเสี่ยงดัง แสดงว่ามีความเป็นกั้นเองมากจิตใจก็แจ่มใสยิ่งขึ้น ทั้ง ๆ ที่งานการที่คณะวิทยากรมอบให้ท่านทุกวันนั้นก็มากขึ้นด้วย แต่ท่านก็มีใจร่าเริง แสดงว่าวิญญาณของกฎลูกเสือข้อที่ 8 ที่ว่า ลูกเสือมีนิสัยร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อความลำบากนั้น ได้สิงเข้าไปสู่ในสายเลือดของท่าน กฎของลูกเสือข้อ 8 นี้ สิงสู่อยู่ในจิตใจของใครในชีวิตของใคร คนนั้นจะมีความเจริญมาก เมื่อวานนี้ผมได้กล่าวแล้วว่า เมื่อเราเกิดมาเป็นคนแล้วนั้นจะมีภารกิจมากเหลือเกิน ภารกิจต่อตัวเรา ภารกิจต่อครอบครัว ภารกิจต่อบ้านเมืองอยู่กับเราทุกคนทั้งนั้น เราต้องทำงานและการทำงานนั้น มีปัญหามากมาย ทุกคนประสบปัญหามาแล้วมากบ้างน้อยบ้าง ถ้าเกิดปัญหาเบา ๆ ง่าย ๆ เราก็แก้ของเราได้ ถ้าเกิดปัญหาหนักไปกว่านั้นเราก็แก้คนเดียวไม่ได้ อาจจะปรึกษาหาเพื่อนช่วยเหลือมาแก้ปัญหา บางครั้ง บางคราว ปัญหาเรื่องชีวิตมีความสับสนวุ่นวาย แก้ยากทำให้บางคนปวดหัว บางคนอาจจะหาทาง หาวิธีแก้ปัญหา โดยการผูกคอตาย ฆ่าตัวตายเป็นแน่แท้ คนเราที่เกิดมาเป็นคนทุกคนนั้น ต้องทำงาน งานคือชีวิต งานคือเงิน เงินคืองาน หากใครไม่ทำงาน มัวเกียจคร้าน หลบหลีกงาน คนนั้นไม่มีความเจริญเลยในชีวิต

การทำงานนั้น ต้องยิ้ม ต้องสู้ งานหนักก็สู้ งานเบาก็สู้ เป็นคนต้องสู้กับชีวิตตลอดไปพี่น้องลูกเสือทั้งหลาย ท่านได้เห็นตัวอย่างที่จะนำมาพูดรอบเสาธง อีก 2 เรื่องในเช้านี้ ผมนำเอากฎลูกเสือข้อ 8 มาพูด ผู้แทนหมู่บริการเอาเรื่องความสามัคคีมาพูด นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ท่านพอจะเข้าใจและเมื่อท่านไปเป็นวิทยากร เป็นผู้อำนวยการฝึกแล้ว ท่านคงจะเลือกเรื่องที่เป็นคติอย่างนี้มาพูด การลูกเสือนั้น เป็นการพัฒนาจิตใจ เราผู้เป็นผู้กำกับเราต้องถือโอกาสที่จะให้สิ่งที่ดีที่ถูกต้องกับผู้กำกับเขาไป เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าสิ่งนี้ที่ถูก สิ่งนี้ที่ควรทำ สิ่งโน้นที่ผิดเป็นอบายมุขไม่ควรทำ เขาจะได้นำไปถ่ายทอดให้ผู้กำกับที่จะมารับการฝึกกับเรา เมื่อผู้กำกับเข้าใจว่าลูกเสือต้องการทำคนให้เป็นคนดีจริง ๆ แล้ว มีจำนวนไม่น้อยที่เขาจะรับการสอนจากเราไปนั้น ไปถ่ายทอดให้กับเด็ก แล้วเด็กก็จะเป็นคนมีระเบียบวินัย มีความสามัคคีทุกสิ่งทุกอย่าง

เพราะฉะนั้น พี่น้องลูกเสือทุกคนจงจำไว้ ทุกครั้งที่ท่านจะไปสอนผู้กำกับก็ดี สอนลูกเสือก็ดี จงให้สิ่งที่ถูกต้องกับเขา อย่าให้สิ่งที่ถูกใจกับเขา เพราะสิ่งที่ถูกใจอาจจะเป็นสิ่งเลว สิ่งที่เป็นอบายมุขไปทั้งหมด ถ้าท่านถือกฎข้อนี้ไว้ได้ จะช่วยประเทศชาติได้มาก หวังว่าพี่น้องลูกเสือทุกคน คงจะเข้าใจ หลักการและวิธีการในการฝึกอบรมลูกเสือของเราตลอดไป ต่อไปนี้พิธีกรจะทำการนัดหมาย สำหรับผมก็ขอจบคำปราศรัยสำหรับเช้านี้เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

คำปราศรัยหน้าเสาธงวันที่สี่
พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย ขณะที่ผมเดินมาจากตึกอำนวยการเพื่อจะมาที่เสาธงนี้ กำลังคิดว่าจะนำเรื่องอะไรมาพูดกับท่านเช้าวันนี้ดี ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นใบไม้ที่หล่นร่วง อยู่สองข้างทางเดินมากมายมีหลากสีต่างกันเหลืองแก่ก็มี เหลืองอ่อนก็มี เขียวแก่ก็มี เขียวอ่อนก็มี ก็ทำให้นึกไปว่าชีวิตคนเราที่เกิดมาแล้วนี้ช่างเหมือนกับใบไม้นี้เหลือเกินจะร่วงหล่นมาเมื่อไหร่ก็ได้ คนแก่ตายก่อนคนหนุ่มก็เป็นเรื่องธรรมดา คนหนุ่มตายก่อนคนแก่ก็มีไม่น้อย ลูกตายก่อนพ่อก็มีมาก ใบไม้เมื่อมันร่วงหล่นลงมาแล้ว ชาวบ้านก็ยังเก็บกันมาทำปุ๋ยทำฟืนทำไฟก็ได้ประโยชน์แก่เขา มนุษย์เรานั้นเล่าเมื่อตายไปแล้วเขาก็เผาแม้แต่ถ้าถ่านเขาก็เก็บไปทิ้งทะเล ไม่มีอะไรเหลือเลย เมื่อพูดถึงไม่มีอะไรเหลือเลย ก็ทำให้นึกขึ้นได้ถึงคำประพันธ์บทหนึ่งที่ขึ้นต้นว่า “พฤษภผกาสร อีกกุญชรอันปลดปลงโททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมีนรชาติวางวาย มลายลิ้นทั้งอินทรีย์สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา” วัวควายต่าง ๆ ที่มันตายไปแล้วนั้นก็ยังทิ้งกระดูกไว้ให้คนในรุ่นหลังได้เห็นว่าสมันหนึ่งยังมีสัตว์ชนิดนี้อยู่ในโลกให้มนุษย์เราได้รู้จักและจำมันได้ ส่วนคนนั้นเล่า คนมีแต่ความชั่วความดีเท่านั้นที่จะทิ้งให้ใคร ๆ ทุกคนรุ่นหลังจำเขาได้ รู้จักเขาได้

คณะวิทยากรเชื่อว่าพี่น้องลูกเสือทุกคนคงจะไม่มีใครที่ปรารถนาจะให้ลูกหลายของท่าน เพื่อนฝูงของท่าน จำท่านเพราะความเลวที่ท่านสร้างไว้เป็นแน่แท้ ทุกคนคงอยากให้ลูกหลาน เพื่อนฝูงของท่านรู้จักท่าน จำท่าน เพราะความดีที่ท่านทำไว้ อันความชั่วนั้นคือสิ่งที่ท่านทำลงไปแล้วเป็นสิ่งที่เดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นที่เดือดร้อนแก่ตัวท่านเอง ส่วนความดีนั้นคืออะไรที่ท่านทำลงไปแล้วให้ความชื่นอกชื่นใจแก่ผู้อื่น และแก่ตัวท่านเอง การทำชั่วคนชั่วทำง่าย ทำดีทำยาก ส่วนการทำดี นั้นคนดีทำง่ายคนชั่วทำยาก คนบางคนมักจะคอยโอกาสต้องให้ใครคอยเห็นเขาทำอย่างนั้น ๆ เพื่อจะได้รับคำชมเชย คิดเยินยอ หรือได้รับสินจ้างรางวัล แต่ว่าการทำดีนั้นท่านทั้งหลายคณะวิทยากรเชื่อแน่ว่า ท่านได้เคยทำดีมาแล้วโดยไม่ได้หวังสินจ้างอะไรจากใครเลยก็มีไม่น้อย แต่ว่าท่านคงได้รับผลตอบแทนจากการกระทำดีของท่านนั้นอย่างมากที่สุด นั่นก็คือความสุขทางใจ อะไรท่านทำไปแล้วท่านรู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นเขาท่านจะรู้สึกภาคภูมิใจ รู้สึกสบายใจ ชื่นอกชื่นใจ การที่คนเรามีความชื่นอกชื่นใจนั้น พุทธภาษิตกล่าวว่า “ไม่มีความสุขใดจะสุขยิ่งกว่าความสุขทางใจ” พี่น้องลูกเสือทั้งหลายถ้าท่านต้องการจะให้ลูกหลานของท่าน เพื่อฝูงของท่าน จำท่าน รู้จักท่านตลอดไปแล้ว จงทำดี จงทำดี จงทำดี ทุกโอกาสในตลอดชีวิตของท่านด้วย

คำปราศรัยหน้าเสาธงวันที่ห้า
พี่น้องลูกเสือทั้งหลาย ท่านเคยนึกบ้างไหมว่ามนุษย์เรานี้มีอะไรแปลกอย่างหนึ่ง นั่นคือ การที่เราอยู่ลำพังคนเดียวนั้นเราไม่มีความสุข เรารู้สึกว่าเหว่ รู้สึกเหงา เรามองดูหลานของเราตัวเล็ก ๆ ทั่งนั่งได้คลานได้ เดินได้ ถ้าเขาอยู่ตามลำพัง เขาจะไม่ร่าเริงไม่กระปรี้กระเปร่า แต่ถ้ามีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันมาเล่นด้วย เขาจะรู้สึกสนุกสนาน ดูลูกเสือเช่นเดียวกัน ถ้าอยู่ตามลำพังเขาจะเหงาหงอย ถ้ามีเพื่อนเขาจะมีความสุขสนุกสนานมาก เราก็เช่นเดียวกันเวลาเราจะไปไหนได้รับเชิญไป สมมุติไปในงานเลี้ยงใหญ่ ๆ โต ๆ มีคนมากหมาย บังเอิญเราก็ไปคนเดียว เรารู้สึกขวย มีความกระดาก มันว้าเหว่อย่างไรชอบกล เมื่อไปถึงห้อง พิธีการของเขา เราจะมองซ้ายมองขวาว่าในห้องนั้นมีใครที่เราพอจะรู้จักบ้าง บังเอิญมีใครสักคนเราก็เดินไปที่คน ๆ นั้นไปทักทายกัน ความว้าเหว่ความกระดากก็หายไป เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ในชีวิตคนเรานั้นจะต้องมีเพื่อน มีฝูง

ท่านลองคิดดูว่าในการลงทัณฑ์ที่ทางราชการลงโทษ ผู้ที่ต้องโทษต้องขังนั้น นักโทษจะกลัวการขังเดี่ยวมากที่สุด อยู่คนเดียวตามลำพังหันหน้าไปที่ไหนก็ไม่เจอใครทั้งนั้น การลงโทษอย่างนี้ร้ายแรงกว่าการลงโทษที่กระทำการหนักเสียอีก นี่ก็เป็นเครื่องชี้ชัดว่ามนุษย์เรานั้นจำเป็นจะต้องมีเพื่อน แต่ว่าเพื่อนของเราก็มีหลายอย่าง เพื่อนที่ดีมีมาก เพื่อนเลวก็มีไม่น้อยเพื่อนเลวนั้น คือบุคคลที่จะชวนเราไปในทางที่เสียชวนให้เล่นการพนัน ชวนให้เที่ยวกลางคืน ชวนให้ดื่มสุรา ชวนให้เป็นนักเลง อะไรเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ชวนเราไปในทางที่เสียหายที่เสื่อมเสียทั้งนั้น ส่วนคนดีนั้นเล่าเขาจะชักชวนเราไปในทางตนกันข้าม จะชวนเราให้ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อชีวิตศึกษาหาความรู้ จะได้ทำในสิ่งที่ดีงามท่านทั้งหลายคงจะมีเพื่อนมามากแล้วในชีวิเตของท่าน

ในการฝึกอบรมครั้งนี้ท่านก็มีเพื่อนอีก 40 คน รวมทั้งคณะวิทยากรอีก 20 คนเศษ ถ้าบังเอิญท่านมาพบใครที่เห็นใจกันในระหว่างนี้ และรู้สึกว่าเราจะคบเขาเป็นเพื่อนที่ดีของเราต่อไปได้ จงคบเพื่อนเข้าไว้ แล้วชีวิตของท่านจะมีความสุข ความสงบเป็นอันมาก การที่จะรักษาเพื่อนให้ยืนยงอยู่ได้นานเท่าไรนั้น พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า
1. ทาน คือการแบ่งปันซึ่งกันและกัน ไม่จำเป็นต้องแจกเงินแจกทอง อาจจะเป็นข้าวถ้วย แกงถ้วย ให้ยืมตำรา ให้ยืมหนังสือหนังหาไปอ่าน อะไรเหล่านี้เป็นการให้
2. ปิยวาจาการพูดจากันด้วยถ้อยคำอันไพเราะก็เป็นเครื่องผูกมิตร
3. อรรถจริยา การกระใด ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกัน ก็เป็นเครื่องผูกมิตร
4. ความเสมอต้นเสมอปลายเดิมเป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างไรก็ไม่ลืมเพื่อนที่ดีของเรา เดิมปฏิบัติอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ปฏิบัติอย่างนั้น พระพุทธองค์สอนว่า

ถ้าใครนำไปใช้ ก็จะเป็นเครื่องผูกมิตรให้ยั่งยืนต่อไปถ้าบังเอิญท่านไปเจอะใครที่ดีคนดี เป็นเพื่อนดี จะคบเขาไว้จ้ะเป็นศรีแก่ตัวท่านเอง แต่จงรักษาความเป็นมิตรให้ยั่งยืนเพราะเพื่อนที่ดีนั้น พึ่งได้ ส่วนเพื่อนที่เลวนั้น จะพึ่งเขาได้ยากเต็มที.

ที่มา : ชมรมบลูกเสือสี่ท่อนแห่งประเทศไทศ

Loading

Message us