ลูกเสือกับการศึกษา

ภาพประกอบจากอินเทอร์เนตต

ลูกเสือกับการศึกษา
ความหมายของการศึกษา
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การศึกษาเป็นเรื่องของการพัฒนาคนในด้านความรู้ สติปัญญา ความสามารถ อาชีพ ค่านิยม อุดมการณ์ และการปรับตนเองให้เข้ากับสังคม แต่การจัดการศึกษาไทยในอดีตและปัจจุบันนั้น แม้อุดมการณ์การจัดการศึกษาจะกว้างและครอบคลุมวัตถุประสงค์ไว้หมดทุกประการแต่ในทางปฏิบัติจริงส่วนใหญ่ยังคงมุ่งที่จะแข่งขันกันสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการในการศึกษาทุกระดับทำให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาออกมาแล้วกลับมาสร้างให้เกิดปัญญาต่อสังคมมากมาย และที่สำคัญคือการที่คนในปัจจุบันขาดความสำนึกในการยอมรับระเบียบกฎเกณฑ์และกติกาของสังคม ขาดความสำนึกในหน้าที่ ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งถึงแม้ประเทศไทยของเราจะมีผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีความรู้มากมายก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปลูกฝังทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และด้านความประพฤติแก่บุคคลในสังคม ในระดับการศึกษาที่สามารถกระทำได้อย่างเต็มที่ได้แก่ การกระทำในสถานศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาเท่านั้น หากการจัดการศึกษาต้องการจะปูพื้นฐานและบรรจุอุดมการณ์หรือแนวทางที่ประสงค์จะให้คนในสังคมเป็นไปในแนวทางใดเมื่อได้เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องกระทำในวัยนี้

การลูกเสือคืออะไร
การลูกเสือ คือ ขบวนการเยาวชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาและพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี โดยไม่คำนึงถึงเชื่อชาติ ศาสนา ทั้งนี้เป็นไปตามความมุ่งหมาย หลักการและวิธีการซึ่ง ลอร์ด เบเดล โพเอล หมายถึงวิธีการฝึกอบรมการเป็นพลเมืองดีให้แก่เด็กชายและเด็กหญิงโดยใช้การเล่นเป็นเครื่องมือในการฝึกหัดที่เหมาะสมกับความต้องการและสัญชาตญาณของเด็กและในขณะเดียวกันก็เป็นการศึกษาไปในตัวด้วย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๔๕๔ โดยมีพระราชประสงค์อย่างยิ่งเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นกำลังสร้างความมั่นคงให้แก่ชาติบ้านเมือง ทรงดำริว่า การใดๆที่ได้เริ่มจัดขึ้นแล้วและซิงจะได้จัดขึ้นอีกต่อไปก็ล้วนทำไปด้วยความมุ่งหมายที่จะให้เป็นประโยชน์นำความเจริญมาสู่ชาติอย่างน้อยก็เพียงไม่ต้อให้อายเพื่อนบ้านในการตั้งลูกเสือ ก็เพื่อให้คนไทยมีความรักชาติบ้านเมือง เป็นผู้นับถือศาสนา และมีความสามัคคี ไม่ทำลายซึ่งกันและกันเพื่อเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของประเทศชาติและทรงให้ความหมายของคำว่าลูกเสือ ว่า
“ลูกเสือบ่ใช้เสือสัตว์ไพร
เรายืมชื่อมาใช้ด้วยใจกล้าหาญปานกัน
ใจกล้าใช่กล้าอาธรรม์
เช่นเสืออรัญสัญชาติชนคนพาล
ใจกล้าต้องกล้าอย่างอย่างทหาร
กล้ากอปรกิจการแก่ชาติประเทศของตน.”

อุดมการณ์ของการลูกเสือ
อุดมการณ์ของคณะลูกเสือแห่งชาติเพื่อพัฒนาเยาวชนทั้งกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบช่วยสร้างสรรค์สังคมที่ตนอยู่อาศัยให้ดีมีความสุขประเทศชาติมีความมั่นคง กิจการลูกเสือนับเป็นพระราชมรดกอันล่ำค่าทั้งที่มิได้เป็นสิ่งของ สิ่งก่อสร้างหรือทรัพย์สินเงินทองตามความเข้าใจกันทั่วไป เมื่อกล่าวถึงคำว่ามรดกหรือทรัพย์สินเงินทองตามความเข้าใจกันทั่วไปเมื่อกล่าวถึงคำว่ามรดก พระราชมรดกนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เป็นอุดมการณ์ เป็นแนวทางแห่งชีวิต ซึ่งถ้าหากมีการปฏิบัติตามโดยสม่ำเสมอแล้วความเจริญก็จะเกิดขึ้นทั้งทางกายและทางใจ ทั้งในส่วนตน ส่วนชุมชน ส่วนบ้านเมือง ทุกส่วนของโลกและมนุษย์ อุดมการณ์นี้สรุปได้ในคำปฏิญาณตนของลูกเสือที่ว่าจะบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์เป็นเพียงคำไม่กี่คำ จำได้ง่าย กินความหมายลึกซึ้งและใช้ได้สำหรับทุกคนทุกชาติ การที่จะปฏิบัติให้ได้ตามอุดมการณ์นี้แต่ละคนจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝนให้ตนเองมีคุณธรรมหลายประการอาทิ ต้องอยู่ในระเบียบวินัย ต้องมีศีลธรรม ปฏิบัติตามคำสอนทางศาสนาโดยเคร่งครัด ต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ยอมเสียสละออกกำลังกาย กำลังทรัพย์ เวลา ตลอดจนความผาสุกส่วนตัว ใช้เวลาไปในการฝึกฝนคุณธรรมร่วมปฏิบัติกรณียกิจอันเกิดประโยชน์

การลูกเสือนับเป็นการปฏิวัติในทางการศึกษาเป็นความจริงที่ว่าการลุกเสือมุ่งที่จะอบรมเด็กในเรื่องที่โรงเรียนไม่สามารถฝึกสอนได้ การลูกเสือสอนให้เด็กรู้จักการดำรงชีวิตมิใช่เพียงเพื่อให้มีอาชีพ การสอนให้เด็กมีความทะเยอทะยานที่จะชิงทุนรางวัลและทุนเล่าเรียนตลอดจนการสอนให้เด็กเห็นว่าความสำเร็จคือการมีเงินเดือน ตำแหน่งและอำนาจนั้นมีอันตรายอยู่มากเว้นเสียแต่ว่าจะมีการสอนในเรื่องบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นพร้อมกันไปด้วย เด็กในปัจจุบันมีความเก่ง รอบรู้สารพัด เด็กในระดับประถมศึกษาสามารถรู้เรื่องราวรอบๆตัวเองมากมายเพราะได้รู้ได้เห็นสิ่งต่างๆและมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัยแต่จุดอ่อนของตนปัจจุบันที่เห็นกันอยู่คือเป็นคนหนักไม่เอา เบาไม่สู้ ไม่ค่อยสู้งาน ขาดความสำนึกรับผิดชอบงานต่อส่วนรวมเพราะมุ่งที่จะเอาความสะดวกสบายของตนเองเป็นที่ตั้ง
โดยเหตุที่ความเห็นแกตัวฝังอยู่ในจิตใจของชนทุกชั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้รับผลคือ การแบ่งแยกภายในประเทศ กล่าวคือมีผู้เห็นแก่ตัวพยายามชิงดีชิงเด่นซึ่งกันและกันโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม นอกจากนี้แล้วก็มีการแตกแยกเป็นคณะและพรรคการเมือง นิกายทางและการแบ่งชั้นในสังคม ทั้งนี้ย่อมเป็นอันตรายต่อส่วนได้ส่วนเสียของชาติและความสามัคคีในชาติ

ความมุ่งหมายในการฝึกอบรมลูกเสือ
การลูกเสือมีอุดมคติในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์ ก็เพื่อให้เอาเรื่อง “ส่วนรวม” มาแทน
“ส่วนตัว” ต้องการให้เด็กแต่ละคนมีสมรรถภาพทั้งในทางใจและทางกาย เน้นการใช้หลักธรรมในการดำเนินชีวิตและกิจกรรมประจำวัน การฝึกอบรมลูกเสือใช้วิธีการฝึกตามระบบหมู่เป็นเครื่องช่วยให้เด็กมีโอกาสแสดงออกเป็นส่วนรวม การให้ร่วมกันทำงานเป็นการทำให้เด็กรู้จักความรับผิดชอบ

หลักสำคัญของการลูกเสือนั้น เพื่อการสร้างสรรค์ให้เยาวชนเป็นพลเมืองดี โดยมีแนวการฝึก ๔ ประการ

ประการแรกคือ การสร้างลักษณะนิสัยให้เด็กเป็นผู้มีความยุติธรรม รู้จักการเสียสละไม่เห็นแก่ตัวและมีความสำนึกในหน้าที่ตนมีต่อผู้อื่นและที่สำคัญคือเป็นผู้มีวินัย ชาติที่จะเจริญรุ่งเรืองได้จะต้องมีวินัยดี เราจะให้ส่วนรวมมีวินัยดีได้ ก็โดยทำให้แต่ละบุคลมีวินัยดีเสียก่อน มีผู้กล่าวว่า “ประเทศใดละเลยไม่ฝึกอบรมระเบียบวินัยแก่อนุชนของตน ประเทศนั้นไม่เพียงแต่จะผลิตทหารที่เลวเท่านั้น แต่ยังผลิตพลเมืองที่มีชีวิตของพลเรือนที่ชั่วร้ายอีกด้วย”

ประการที่สองคือ ด้านพลานามัย การพยายามเร่งเร้าให้เด็กสนใจในการออกกำลังกายอยู่เสมอ ในฐานะที่อยู่ในขบวนการลูกเสือเรามีโอกาสอย่างมากที่จะฝึกอบรมเด็กในเรื่องสุขภาพและอนามัยส่วนบุคคลจะทำให้เด็กแต่ละคนรู้จักรับผิดชอบตัวเองต่อสุขภาพของตน รักษาอนามัยเป็นกิจวัตรซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็นพลเมืองดีที่มีสมรรถภาพ

ประการที่สาม ในด้านการฝีมือและทักษะเด็กที่มีความคิดริเริ่มมักจะได้รับเลือกให้เข้าทำงาน ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถทำให้เด็กสนใจในเรื่องการฝีมือ ความจริงงานอดิเรกมีประโยชน์มากเพราะช่วยให้เด็กรู้จักใช้มือและสมองอย่างมีประสิทธิภาพ

ประการสุดท้ายคือ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ปัจจุบันสำนักงานลูกเสือโลกเน้นในด้านการฝึกอบรมลูกเสือ ๓ ประการคือ การฝึกอบรมต้องทันสมัยต่อความปรารถนาความต้องการของเด็กในปัจจุบัน การฝึกอบรมต้องเน้นให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเด็กเองและแกชุมชนที่เขาอยู่อาศัยและสิ่งที่สำคัญต้องฝึกให้เด็กยึดมั่นในอุดมการณ์ของผู้ที่ให้กำเนิดลูกเสือโลกคือ การบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นทุกเมื่อ ดังคำว่า
“อันเสือดีค่าก็มีอยู่ที่ป่า จะเทียบค่าคนได้คงไม่สม
ลูกเสือดีมีค่าแน่แก่สังคม เพราอบรมให้ซึ้งถึงค่าคน”

ความมุ่งหมายทั้งหมดของการลูกเสือก็คือการนำลักษณะนิสัยเด็กที่อยู่ในวัยร้อนแรงไปด้วยความกระตือรือร้นมาหลอมให้ได้รูปที่ถูกต้องแล้วจึงส่งเสริมพัฒนาเอกกัตภาพเพื่อให้เด็กศึกษาอบรมตัวของเขาเองให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าสำหรับประเทศชาติได้

สำหรับการศึกษานั้น มุ่งหวังที่จะให้มนุษย์ชาติอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขโดยการศึกษาหาความรู้ให้ทันต่อเหตุการณ์ของสังคมปัจจุบันฉะนั้น ความผูกพันการลูกเสือกับการศึกษาก็มุ่งที่จะให้มนุษย์ชาติอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและมั่นคงในชีวิต ซึ่งอาจแบ่งบทบาทของการศึกษาได้ดังนี้คือ

๑. พัฒนาความรู้และสติปัญญาของพลเมืองโดยส่วนรวมให้มีความรู้ความสามารถที่สูงขึ้น

๒. ช่วยให้คนสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

๓. ทำหน้าที่เตรียมพลเมืองดีให้แก่สังคมตามที่สังคมจะพึงปรารถนา

๔. ช่วยพัฒนาความสามารถในการประกอบอาชีพของบุคคลให้ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพทางอาชีพการงาน

๕. ช่วยในการเตรียมกำลังคนหรือกำลังแรงงานในสาขาต่างๆตามที่สังคมหรือประเทศชาติต้องการ

๖. เป็นการถ่ายทอดผลิตผลทางปัญญาประสบการณ์และมรดกทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่ต่อไป

๗. ปลูกฝังความคิด ความเชื่อ ค่านิยมและอุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมตามคามประสงค์ของสังคมนั้นๆ

๘. ทำหน้าที่ในการสร้างกลุ่มพลังทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมโดยเฉพาะการเลือกหรือสรรหาชนชั้นนำ ชนชั้นสูงหรือชนชั้นปกครองประเทศ

๙. ทำหน้าที่ในลักษณะที่เป็นโปรแกรมหรือกิจกรรมซึ่งเป็นพาหนะในการสนับสนุนการดำเนินการสนับสนุนนโยบายบางอย่างของรัฐบาลในด้านต่างๆเช่นการส่งเสริมวิทยาการและเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจ การเมือง การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นต้น

จึงจะเห็นได้ว่า การศึกษานั้นเป็นทางที่ทำให้เกิดการพัฒนาความรู้และความสามารถในด้านต่างๆส่วนการลูกเสือนั้นคือการนำความรู้ความสามารถจาการศึกษาไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพตามความต้องการของสังคมและประเทศชาติด้วยเหตุ การลูกเสือกับการศึกษาจึงมีความสัมพันธ์กันอย่างชนิดที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงของประเทศชาติต้องอาศัยการศึกษากับการลูกเสือควบคู่กันไป

นอกจากนี้การลูกเสือยังมีกิจกรรมและข้อปฏิบัติที่สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๒๐ หมวดที่ ๑ ข้อที่ ๑ ความว่า “ให้มีความเคารพในสิทธิและหน้าที่ของตนเองและของผู้อื่น มีระเบียบวินัย มีความเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ศาสนา และหลักวัฒนธรรม” กับหมวดที่ ๖ ข้อที่ ๕๓ ความว่า “รัฐพึงสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนจัดการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีบุคลิกภาพที่ดี มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย มีทัศนคคติที่ดีต่อวัฒนธรรมไทย ยึดมั่นร่วมมือกัน ธำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติที่เน้นให้ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทาง กาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าเพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ ตามแนวทางดังต่อไปนี้

๑. ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง

๒. ให้ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

๓. ให้รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สาธารณะ

๔. ให้รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนให้ทำกิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม

๕. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรมและความมั่นคงของประเทศชาติทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใดๆจากความหมายและเหตุผลต่างๆข้างต้นนี้ กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร อดีตเสนาบดีกระทรวงธรรมการได้กล่าวไว้ว่า “วิชาลูกเสือคือ วิชาศีลธรรมภาคปฏิบัติที่เหมาะสมแก่สังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง” และยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่ส่งเสริมให้ทุกคนในชาติเป็นคนที่มีวินัยอีกด้วย การลูกเสือมีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่มีกิจกรรมอื่นสามารถที่จะกระทำได้คือ “ระบบหมู่” ได้แก่ การทำงานเป็นหมู่ มีความสมัครสมานสามัคคีภายในหมู่ของตน มีคามเคารพในหน้าที่ของแต่ละคนที่ได้รับมอบหมายโดยดุษณียภาพ การลูกเสือจึงเป็นที่ยอมรับของทุกประเทศในโลกที่เป็นประเทศเสรีภาพ สำนักงานลูกเสือโลกจึงได้มีประกาศออกมาอย่างภาคภูมิว่า “ไม่มีกระบวนการใดๆที่จะพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีวินัยและมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่ตนดำรงชีวิตอยู่เท่ากับกระบวนการลูกเสือ”

สรุปได้ว่า การศึกษาเป็นเรื่องของการพัฒนาคนในด้านความรู้ สติปัญญา ความสามารถ ค่านิยมและอุดมการณ์ เป็นการแปรสภาพของคนจากภาวะหนึ่งไปสู่อีกภาวะหนึ่ง การแปรสภาพนี้เป็นการจงใจมีการเลือกสรรภาวะอันเป็นเป้าหมายว่าเป็นสิ่งมีค่าที่สุด โดยกระทำเป็นระบบผ่านองค์การของสังคม ส่วนการลูกเสือเป็นเรื่องของการนำความรู้ ความสามารถจากการศึกษาไปใช้อย่างถูกขั้นตอนและมีประสิทธิภาพทำให้เป็นคนที่มีคุณค่าและมีความรับผิดชอบต่อสังคม การศึกษากับการลูกเสือต้องมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นจะต่างคนต่างทำไม่ได้ต้องสอดคล้องต้องกันทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งพระราชทานแก่บรรดาลูกเสือในพิธีกราบบังคมทูลอัญเชิญให้ทรงรับตำแหน่งสภานายกกรรมการกลางจัดการลูกเสือแห่งชาติ ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๔๖๘ ตอนหนึ่งว่า “ตามธรรมดาเด็กๆที่จะเรียนวิชาหนังสือเท่านั้นไม่พอ ถ้าจะเรียนแต่วิชาหนังสือก็ตรงสุภาษิตโบราณที่ว่า “วิชาท่วมหัว เอาตัวไม่รอด”เราต้องฝึกหัดอย่างอื่นด้วยคือ เราต้องฝึกหัดทั้งกาย วาจา ใจ ของเรา ต้องฝึกหัดให้มีกำลังกายแข็งแรงอดทนสามารถทนความตรากตรำต่อไปภายหน้าได้เราย่อมรู้อยู่ทุกคนว่า เมื่อเราโตขึ้นแล้วจะต้องทำการงานย่อมจะต้องทนตรากตรำเป็นครั้งคราวสม่ำเสมอเพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมฝึกหัดไว้ตั้งแต่เล็กจึงจะได้และต่อไปเมื่อถึงเวลาจะต้องรับราชการสำหรับรักษาบ้านเมืองเป็นต้น เราก็พร้อมอยู่เสมอที่จะทำได้ทันทีเพราะมีกำลังแข็งแรงอยู่แล้ว เราต้องฝึกหัดวาจาให้พูดจาอ่อนหวาน ไม่พูดมุสาวาท เพราะทำเช่นนั้นแล้วเราจะเข้ากับสมาคมกับเพื่อนฝูงได้ตลอดจนเมื่อจะทำราชการหรือค้าขายก็ดีความสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากนี้เราต้องฝึกหัดใจของเราอีกต้องเป็นผู้ซื่อตรงต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องซื่อตรงต่อเพื่อนฝูงของเราด้วย เมื่อได้ฝึกฝนอย่างนี้จะทำมาหากินหรือรับราชการหรือจะทำอะไรก็ย่อมจะเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น โอกาสที่เด็กไทยจะได้ฝึก ๓ อย่างนี้ ย่อมจะได้รับอย่างดีที่สุดเมื่อได้เป็นลูกเสือ”

ที่มา : https://www.facebook.com/sommart.sungkapun

Loading

Message us