อภัย จันทวิมล (2506 : 22) กล่าวว่า
การลูกเสือไทยได้แพร่ขยายออกไปทั่วประเทศ โดยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์มาโดยตลอด ตั้งแต่รัขสมัยของรัชกาล ที่ 6 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งความเจริญก้าวหน้าและเสื่อมถอย ซบเซา อันเกิดขึ้นเพราะภาวะสงคราม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการบริหาร ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า กิจการลูกเสือเป็นกิจการหนี่งที่มีคุณประโยชน์ สามารถช่วยส่งเสริม สร้างสรรค์ ฝึกอบรมเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี เหมาะสมต่อขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และสั่งสอนให้เยาวชนเป็นผู้มีระเบียบวินัย บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ตลอดจนถึงประเทศชาติ เป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไป
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้โอวาทในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปเป็นองค์ประธาน ในพิธีสวนสนามเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ เมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2513 ความว่า
สมัยนี้ ความยุ่งยากในหมู่เยาวชนมีมาก และเป็นปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ ผู้ใหญ่อ้างว่าเพราะเด็กเป็นพาล เด็กก็มองว่าผู้ใหญ่เองทำไม่ดี แต่ความยุ่งยากนี้ทำให้บุคคลอื่นเดือดร้อน จะเป็นด้วยเหตุจากอะไร อย่างไร ก็จำเป็นต้องแก้ไขขจัดเสีย เพราะถ้าไม่ขจัด จะยิ่งเดือดร้อนและจะเป็นอันตรายแก่ชาติบ้านเมือง ทุกฝ่ายชอบที่จะเผชิญความจริง มีความคิดความเข้าใจและความต้องการอย่างไร ก็นำมาพูดกันตามตรงด้วยหลักวิชา ด้วยเหตุผลและความสงบ แล้วดูว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ ลูกเสือมีหลักการที่จะอยู่ร่วมกันและทำประโยชน์ร่วมกันด้วยความเข้าใจและเห็นใจอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าคณะลูกเสือปฏิบัติร่วมมือกันได้มากยิ่งขึ้นเพียงใดก็จะเป็นทางที่จะช่วยให้ร่วมมือแก้ไขกำจัดความยุ่งยากได้มากขึ้นเพียงนั้น
คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ. 2514 : 2
ที่มา : Sommart Sungkapun