หลักการสร้างและการพัฒนาค่ายลูกเสือ

บทความเรื่องนี้ John Thurman Camp Chief , Gilwell Park แห่งประเทศอังกฤษ ได้เขียนขึ้นเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือและผู้อำนวยการลูกเสือต่างๆ จะได้ยึดถือเป็นแนวในการสร้าง ปรับปรุงและพัฒนาค่ายลูกเสือของตน เพื่อให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานค่ายลูกเสือสากล และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สมตามความมุ่งหมาย ข้าพเจ้าเคยได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการค่ายหลวงบ้านไร่ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เมื่อปี ๒๕๓๗-๒๕๓๘. ได้เคยใช้เป็นแนวทางพัฒนาค่าย จึงขออนุญาตนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ที่ตั้งค่ายต้องคำนึงถึงทางเข้า ซึ่งเป็นทางที่เข้าถึงได้ง่ายพอสมควรและควรเป็นถนน ยิ่งกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเป็นถนนที่ประชาชนสัญจรและใช้ขนส่งได้ด้วย ค่ายฝึกอบรมที่ตั้งอยู่ไกลๆ ในชนบทที่สวยงามของหลายประเทศ ได้เป็นเคริ่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นและผิดหวังในวัตถุประสงค์อันแท้จริงของการฝึกอบรมในการที่จะให้การฝึกอบรมนั้นได้ผลอย่างสมบูรณ์
ที่ตั้งค่ายก็ควรมีลักษณะเหมาะสมที่จะใช้ดำเนินการฝึกอบรม เป็นต้นว่าสามารถจะใช้สิ่งธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ได้มากที่สุด

John Thurman (Scouter) ภาพจาก en.wikipedia.org

ขนาดของค่าย

ขนาดของค่ายฝึกอบรม จะต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับดำเนินการอบรม และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับขยายต่อไปในอนาคต แต่ก็ไม่ควรที่จะใหญ่โตกว้างขวางมากจนเกินความต้องการ ซึ่งจะต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและคนงานในการดูแลรักษาเป็นจำนวนมากๆ ค่ายฝึกอบรมที่มีขนาดเล็กพอเหมาะ(อาจมีเนื้อที่ 50 -60 ไร่) เมื่อได้รับการวางผังไว้อย่างดี และได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีแล้วย่อมได้รับประโยชน์มากกว่าค่ายค่ายฝึกอบรมที่มีเนื้อที่มหาศาล แต่ต้องเพิ่มภาระมากมายจนเกินควร

การพัฒนาค่าย

ควรจะมีโครงการพัฒนาระยะยาว การใช้โครงการระยะ ๑๐ ปี เป็นระยะเวลาที่สะดวกและเหมาะสมมาก ในขณะเดียวกันควรมีโครงการพัฒนาประจำถิ่นควบคู่กันไปด้วยในการพัฒนาขั้นแรกนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งจำเป็นต่อไปนี้เป็นเบื้องต้น ดังจะได้ลำดับความสำคัญ คือ

  1. บริเวณที่ตั้งค่ายกว้างขวางพอสำหรับลูกเสือ ๔ หมู่เป็นอย่างน้อย
  2. มีน้ำประปาใช้อย่างทั่วถึงและพอเพียง
  3. มีส้วมถาวร มีเครื่องใช้สำหรับซักล้าง (ยิ่งถ้าค่ายเล็กเท่าไร สิ่งเหล่านี้ ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น)
  4. มีอาคารถาวรกว้างพอที่จะจัดให้มีการฝึกอบรมได้โดยตลอดในระหว่างที่มีอากาศวิปริต (เช่นเวลาเกิดพายุ ลมฝน หรืออากาศหนาวจัดเป็นต้น) และกว้างขวางพอที่จะจัดกิจกรรมและใช้เป็นห้องเรียน
  5. มีอาคารสำหรับเก็บอุปกรณ์ที่ใช้ประจำค่ายฝึกอบรม กว้างพอและตั้งอยู่ในที่เหมาะสม
  6. มีที่เรียนกลางแจ้ง
  7. มีที่สำหรับการแสดงรอบกองไฟ
  8. ศาลาที่พักสำหรับหมู่ลูกเสือ
  9. เครื่องอำนวยความสะดวกในการเผา ทำลาย และการถ่ายเทสิ่งปฏิกูล
  10. บริเวณค่ายเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ เพื่อการสาธิตในกิจกรรมต่างๆ
  11. มีไฟฟ้าหรือแสงไฟอื่นๆ
  12. มีถนนใหญ่เข้าไปได้ถึงที่ และมีถนนใหญ่ภายในค่าย
  13. ต่อไปนี้เป็นหัวข้อสำคัญ ซึ่งควรคำนึงรองลงมาในการสร้างค่า
    1. ที่จอดรถ
    2. ประตูเข้าค่าย
    3. โบสถ์
    4. ร้านขายของสำหรับลูกเสือ
    5. ที่พักสำหรับคณะผู้ให้การฝึกอบรม
    6. ที่พักสำหรับผู้ดูแลค่ายอยู่ประจำ
    7. บริเวณเสาธง
  14. นอกจากสิ่งที่กล่าวข้างบนนี้แล้ว ค่ายฝึกอบรมอาจมีสิ่งอื่นๆ ที่เห็นว่าจำเป็นสำหรับค่ายฝึกอบรมแต่ละค่ายซึ่งไม่เหมือนกัน
ภาพจาก https://alchetron.com/

ข้อเตือนใจ

ค่ายฝึกอบรมหลายแห่ง ซึ่งได้พัฒนาไปอย่างเลว เนื่องจากความกระตือรือล้นจนเกินไปในระยะแรกๆ อันเป็นผลให้อาคารที่สร้างและสิ่งอื่นๆ สร้างขึ้นในที่อันไม่เหมาะสมได้ แต่ข้อผิดพลาดเหล่านี้ สามารถจะหลีกเลี่ยงได้โดยการเปิดฝึกอบรมสักครั้งหรือสองครั้ง ในบริเวณค่ายฝึกอบรมนั้นก่อน และใช้เต็นท์เป็นการทดลองไปก่อน จนกว่าจะเห็นว่าตำแหน่งที่นั้นเหมาะสมจริงๆแล้ว จึงค่อยสร้างอาคารถาวรขึ้น เราก็จะได้สถานที่อย่างถูกต้อง

การงบประมาณการเงิน

เรื่องการเงินนี้ต้องเพ่งเล็ง 3 ประการ คือ

  1. งบประมาณสำหรับใช้จ่ายตามความจำเป็นจริงๆ
  2. งบประมาณสำหรับใช้จ่ายในการพัฒนาตามแผนที่ได้วางไว้
  3. งบประมาณสำหรับใช้จ่าย ในการดูแลรักษาอาคาร การจัดหาอุปกรณ์ฝึกอบรมสำหรับค่ายฝึกอบรมเพิ่มเติม

โดยมากมักจะมองข้ามไปว่า การเพิ่มสิ่งก่อสร้างถาวรในค่ายนั้น ย่อมจะเพิ่มเงินทองในการดูแลรักษามากขึ้น และการเปิดการฝึกอบรมแต่ละครั้ง ย่อมไม่มีประสิทธิภาพเลย ถ้าหากจะใช้อาคารและสิ่งประกอบที่ทรุดโทรม ของทุกสิ่งจะต้องเก็บรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ มิฉะนั้นเราก็แสดงเป็นตัวอย่างที่เลวแก่บรรดาผู้กำกับลูกเสือและเป็นการใช้การฝึกอบรมด้วยสภาพที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ

เรื่องสุดท้าย

ถ้าค่ายลูกเสือดังกล่าวจะใช้สำหรับลูกเสืออยู่ค่ายพักแรม และใช้สำหรับเป็นค่ายฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแล้ว การวางลักษณะของค่ายที่ดี จะต้องมีลักษณะที่แยกจากกันสำหรับส่วนของลูกเสือและส่วนของผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และค่ายนั้นจะต้องวางผังให้การฝึกอบรมและการอยู่ค่ายพักแรมแยกกันคนละส่วนจริงๆ

ขอขอบคุณที่มา : Sommart Sungkapun

Loading

Message us