การประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2560

นายสนอง  สุดสะอาด  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 มอบหมายให้ นายคมกฤช  มุมไธสง  ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เข้าร่วมการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2560 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้กว่า 600 คน อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, กรรมการสภาลูกเสือไทย, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย, กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ, ศึกษาธิการภาค, ศึกษาธิการจังหวัด, ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ฯลฯ

20915608_10203692438668414_8507801481771438454_n

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ เรื่อง “กิจการลูกเสือไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และความมั่นคง” พร้อมทั้งกล่าวรายงานต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่สภานายกสภาลูกเสือไทย ในการเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2560 เมื่อวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้กว่า 600 คน อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, กรรมการสภาลูกเสือไทย, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย, กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ, ศึกษาธิการภาค, ศึกษาธิการจังหวัด, ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ฯลฯ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวบรรยายพิเศษตอนหนึ่งว่า กิจการลูกเสือไทยได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 106 ปีแล้ว ซึ่งหลักการที่สำคัญของกิจการลูกเสือไทย คือ การพัฒนาลูกหลานเยาวชนของชาติให้เป็นพลเมืองที่ดี เพื่อให้สังคมมีความมั่นคงและสงบสุข ตามบัญญัติมาตราที่ 8 แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 ใจความว่า “คณะลูกเสือแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดีมีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้ เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ”

สำหรับกิจการลูกเสือในระดับภูมิภาคนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเป็นรากฐานการดำเนินไปของประเทศ ดังนั้น หากการพัฒนาลูกหลานเยาวชนโดยกระบวนการลูกเสือในแต่ละจังหวัดสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาความมั่นคงของชาติโดยตรง โดยเฉพาะการฝึกฝนร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมด้านจิตอาสา ซึ่งเป็นการฝึกฝนทักษะร่างกาย และจิตใจให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ตามคำปฏิญาณของลูกเสือที่กล่าวไว้ว่า “ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ” รวมไปถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีความจริงใจต่อกัน ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นคน และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งล้วนเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทยที่พึงปฏิบัติ

นอกจากนี้ ขอให้ช่วยกันสืบสานพระราชปณิธาน และเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ช่วยกันนำพาประเทศไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุข โดยเฉพาะการสร้างให้ลูกหลานเยาวชนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อชาติบ้านเมือง, มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรมจริยธรรม, มีอาชีพที่สุจริต และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของในหลวงรัชกาลที่ 10

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวรายงานในพิธีเปิดด้วยว่า “ในนามของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และกรรมการสภาลูกเสือไทย ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุม ขอขอบพระคุณรองนายกรัฐมนตรี สภานายกสภาลูกเสือไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2560 ในวันนี้

การประชุมสภาลูกเสือไทยในวันนี้ ถือเป็นการประชุมสภาลูกเสือไทยครั้งแรก ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร องค์ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งพระองค์ทรงสนพระทัยในการสร้างพื้นฐานให้แก่เด็กและเยาวชนให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดี โดยการประชุมจะนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระองค์มาใช้ในการวางนโยบาย เพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ รวมถึงการให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานและการพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติอีกด้วย

สำหรับการประชุมในปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2560 สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้เชิญผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือ ได้แก่ ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทหน้าที่กำกับดูแลลูกเสือในส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ มาร่วมสังเกตการณ์และรับฟังนโยบาย เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนากิจการลูกเสือในภูมิภาค เพื่อนำไปดำเนินการปลูกฝัง อบรม และพัฒนาเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพ ยึดมั่นในอุดมการณ์ของลูกเสือ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม อันเป็นการสร้างคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนไทย เจริญเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติในอนาคต

พลเอกประจิน จั่นตอง สภานายกสภาลูกเสือประกาศแนวนโยบายของสภาลูกเสือไทยมี 6 ข้อ ดังนี้

  1. เร่งพัฒนาคุณภาพลูกเสือทุกระดับทุกประเภทตลอดจนการจัดกิจกรรมลูกเสือให้เหมาะสมกับทุกระดับทุกประเภ
  2. เร่งพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือและเครือข่ายให้ได้มาตรฐาน เกิดความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติงานได้ทันทุกเหตุการณ์ และอาจทบทวนความรู้สร้างประสบการณ์เพิ่มเติมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
  3. ยกระดับกิจกรรมลูกเสือและค่ายลูกเสือให้ได้ระดับสากล ด้วยการสำรวจตรวจสอบให้การลูกเสือทั่วประเทศเพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนาค่ายลูกเสือและกิจการลูกเสือให้มีประสิทธิ์ภาพที่สุดจังหวัดละ 1 แห่ง
  4. สร้างมูลค่าเพิ่มเติมให้กับทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ของลูกเสือด้วยการจัดให้มีระบบบริหารจัดการที่ดีมีระบบรองรับ การปฏิบัติงานที่เป็นธรรมโปร่งใสตรวจสอบได้
  5. พัฒนาระบบระเบียบวิธีการบริหารจัดการกิจการลูกเสือที่ดีมีคุณภาพและมีส่วนร่วมตามหลักธรรมมาภิบาล
  6. สร้างพลังแผ่นดินในรูปแบบของจิตอาสาเพิ่มขึ้น เพื่อการพัฒนาสังคมไทยร่วมกันโดยใช่กระบวนการ

 

 

 

 

Loading

Message us